ใกล้จะสอบ ต้องเตรียมตัวก่อนสอบอย่างไรให้ผ่านฉลุย


เตรียมตัวในคืนก่อนสอบ
ทบทวนเนื้อหาที่สำคัญพอประมาณและก็ดื่มวีต้าแล้วไปนอนซะแล้วก็รีบนอน ไม่ควรจะอ่านหนังสือดึกเกินไป เพราะจำทำให้เราง่วงตอนสอบ สมองล้าทำให้คิดอะไรช้า แต่หลายคนระวังตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ การกินยานอนหลับก็ช่วยได้ แต่ไม่ควรจะกินเป็นประจำนะครับ แนะนำเป็นยาแก้แพ้ ปรึกษาเภสัชกรรมขอยานอนหลับแบบอ่อนๆ นะครับ และอย่าลืมตั้งนาฬิกาปลุก ฝากเพื่อนๆและครอบครัวช่วยปลุกด้วยจ้า
สติกโกลด์ นักประสาทวิทยาชาวอังกฤษได้รายงานผลการทดลองว่า “ในการเรียนรู้ หรือเทคนิกใหม่ๆนั้นต้องได้นอนหลับในวันที่เรียนรู้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง ส่วนความทรงจำที่เข้าสู่สมองโดยไม่มีการพักผ่อนจะไม่ได้รับการบันทึกลงสมอง และจะหายไปในสามวัน” นั่นคือความทรงจำจะถูกจัดเรียงและบันทึกในระหว่างหลับ ดังนั้นการอ่านหนังสือโดยไม่หลับไม่นอน จะทำให้ความรู้เหล่านั้นไม่ได้เก็บรักษาเป็นความทรงจำระยะยาว
สำหรับคนที่อ่านไม่ทัน เลยต้องอ่านหนังสือถึงเช้าแล้วเข้าสอบ (ตอนอยู่มหาวิทยาลัย เป็นแบบนี้กันเยอะ) บางก็ใช้วิธีโด๊ปเครื่องดื่มบำรุงกำลังช่วย เช่น กระทิงแดง แบรนด์ และยี่ห้ออื่นๆ อันนี้ก็แล้วแต่เทคนิคและความถึงส่วนตัว
แต่ในทางวิทยาศาสตร์ นักวิจัยในอเมริกาพบว่า คาเฟอีนและนิโคตินช่วยยับยั้งการดูดซึมวิตามินที่จำเป็นต่อการพัฒนาสมอง อีกทั้งช่วงแรกอาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัวแต่ถ้าหมด ถทธ์ยาแล้ว ร่างกายจะยิ่งโทรม หรือยิ่งง่วงนั่นเอง
การอ่านหนังสือหนัก อดนอนหลายวันติด ตามทฤษฎีจะมีข้อเสียเยอะ แต่ รุ่นพี่ๆเก่งหลายคนข้ามขีดจำกัดของร่างกาย อ่านหนังสือ อดนอน จัดหนักกัน พี่ๆหลายคนข้ามขีดจำกัดของร่างกายด้วยกำลังใจและความมุ่งมั่น และหลายคนก็สามารถทำคะแนนออกมาได้ดี แต่บางครั้งการง่วงนอน คิดช้าลง ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรในหัวเลย

เตรียมอุปกรณ์การสอบ
ควรจะเตรียมดินสอ ปากา (ยางลบ ที่ลบคำผิดด้วย) ไปหลายๆแท่งนะครับ เพื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ดินสอเกิดหาย ตอนสอบจะได้แก้ไขทันที สำหรับดินสอ ก็แนะนำไส้ขนาดมาตราฐาน คือ 2B นะครับ บางคนชอบ EE เพราะมันทำฝนได้เร็ว แต่ขอเตือนว่า บางครั้งเครื่องจะไม่ตรวจนะครับ และที่สำคัญอย่าลืมบัตรนักเรียน บัตรประชาชน บัตรเข้าห้องสอบ รวมไปถึงเอกสารอื่นๆ ที่ทางผู้จัดสอบต้องการครับ

เตรียมตัวตื่นนอน
ตามหลักการของนักปลุกพลังระดับโลกนะครับ เขาแนะนำให้ตื่นนอนมามาตะโกนดังๆ กับตัวเอง ” เราทำได้ เราทำได้ เราทำได้” (ใช้คำอื่นก็ได้ตามศรัทธา เช่น หนูทำได้ สู้เพื่อแม่ 55) มันจะเป็นการฝังโปรแกรมเข้าไปในจิตใจลงสู่สามัญสำนึกของเราให้มีกำลังใจ และพลังในการทำข้อสอบครับ (ควรจะทำหลายๆ วันก่อนสอบ)

อาหารเช้าสำคัญที่สุด
นโปเลียนกล่าวไว้ว่า กองทัพเดินด้วยท้อง ในการสอบอาหารในเมื้อเช้าก็สำคัญมากเช่นกัน ข้อมูลจากสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ยืนยันว่าอาหารเช้าเป็นอาหารมื้อแรกที่สำคัญที่สุดของวัน อาหารเช้าจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว กระปรี้กระเปร่า มีสมาธิทั้งในการเรียนและการทำงาน โดยหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เค็ม ด้วยนะครับเพราะคงไม่มีใครอยากเข้าห้องน้ำตอนสอบ
หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด เค็ม เผ็ด และไม่ควรทานเยอะเกิน น้ำก็ควรดื่มให้น้อย เน้นอาการที่ย่อยง่ายทานง่ายนะครับ

ก่อนออกจากบ้าน
อย่าลืมกราบไหว้ขอพรจากพ่อแม่ก่อนออกจากบ้านด้วยนะครับ เพื่อความเป็นศิริมงคล

การเดินทาง
ต้องหาข้อมูลให้ชัดเจน และต้องแน่ใจว่าเขานัดสอบที่ใด ห้องไหน ถ้าไม่แน่ใจให้เดินทาง ไปดูล่วงหน้าก่อน ควรเดินทางไปถึงที่สัมภาษณ์ล่วงหน้าประมาณสัก 15-30 นาที จะทำให้เรามีสมาธิ และมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น แต่ถ้าไปถึงล่วงหน้าหลายชั่วโมง ก็ดีแต่อาจจะทำให้คุณรอนานอาจเกิดความหงุดหงิด เสียสมาธิได้

เมื่อถึงโรงเรียนสนามสอบก่อนเข้าห้องสอบ
บางคนก็ถือเคล็ดกราบไหว้สิ่งศักสิทธ์อีกรอบ แต่ที่สำคัญคือพยายาม ตั้งสติ สมาธิทบททวนเนื้อหาบทเรียนที่เตรียมมาอีกสักนิด หรือแลกเปลี่ยนติวข้อสอบกับเพื่อนอีกสักหน่อย และตรวจเชค อุปกรณ์การสอบอีกสักรอบ

เข้าห้องสอบ
โบราณเขาว่า ขวาร้าย-ซ้ายดี แต่ถ้าเตรียมตัวมาดี ขวาก็ดีซ้ายก็ดี ในการสอบใหญ่ เรื่องกฎระเบียบจะสำคัญมากนะครับ กรุณาทำตามกฎอย่างเคร่งครัด ถ้าไม่เข้าใจก็ยกมือให้อาจารย์คุมสอบเดินมาหาเราเอง ที่สำคัญคือตรวจสอบเครื่องมือสื่อสาร นะครับปิดให้เรียบร้อยเลย ทุกปีจะมีข่าวลืมปิดเครื่องมือสื่อสารโดนปรับตกวิชานั้นเลยนะครับ

ก่อนลงมือทำข้อสอบกรุณาอ่านโจทย์เข้าใจ ว่าเข้าจะให้เราทำอะไรกันแน่
สำหรับการทำข้อสอบ ก็ทำสุดความสามารถ ทำข้อง่าย ก่อนนะครับ บริหารเวลาดีดี ไม่เสียเวลากับข้อสอบข้อใด้ข้อหนึ่งมากเกิน แต่ก็ไม่ต้องรีบร้อนจนเกินไปเพราะยังไงก็ออกจากห้องสอบก่อนไม่ได้และที่สำคัญ อ่านคำสั่งให้ดีก่อนทำข้อสอบ รวมถึง ฝนและเขียนชื่อ รหัสต่างๆให้ครบด้วยนะครับ

ตื่นสนามสอบ! เครียด ประหม่า
ความเครียดหลายคนจะมีตั้งแต่ก่อนสอบ ก่อนเข้าห้องสอบ ณ ตอนอยู่ในห้องสอบก็เครียดอีก กลัว ว่าจะสอบไม่ติด ว่าจะได้คะแนนน้อย ว่าจะทำให้พ่อแม่เสียใจ ตอนนี้ขอให้พยายามสงบสติอารมณ์ ใครที่ผ่านการสอบแข่งขั้นมาอาจจะโชคดีกว่าหน่อยเพราะจะควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า สำหรับคนที่สอบเป็นครั้งแรก อาจจะมีอาการตื่นสนามสอบ ก็ขอให้หายๆใจลึกๆ คิดถึงสิ่งดีๆ
ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุดในการสอบ อาจจะไม่ใช่ผู้ที่เก่งที่สุด แต่เป็นผู้ที่มีความพร้อมทั้งด้านร่างกายและจิตใจและความรู้ และโชคชะตา ณ เวลาทำข้อสอบ !!

วิธีลดความเครียดแบบง่ายดังนี้
จิบชาเขียว ชาเขียวเป็นแหล่งที่มาของ L-Theanine สารเคมีที่ช่วยให้บรรเทาความโกรธ ต้มน้ำที่เทออกและใช้จิบผ่อนคลายเป็นประจำทุกวันช่วยคุณให้รู้สึกผ่อนคลาย สงบนิ่ง
เคี้ยวหมากฝรั่ง รสมิ้นต์, ผลไม้ ของหมากฝรั่งนุ่มๆ เหนียวๆ หวานๆ เย็นๆ เคี้ยวปุ้บจะทำให้คุณหายเครียดทันทีทันใด เป็นวิธีลดเครียดที่ง่ายและรวดเร็วที่จะเอาชนะความเครียด เพียงไม่กี่นาทีของการเคี้ยวหมากฝรั่งสามารถลดความวิตกกังวลและลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่เรียกว่า ฮอร์โมนแห่งความเครียดจะถูกหลั่งออกมาเมื่อร่างกายเกิดความเครียด หรือนอนไม่เพียงพอ
ค่อยๆ หายใจเข้าและหายใจลึกๆ กำหนดลมหายใจเหมือนการนั่งสมาธิ เพียงแค่นี้ก็ช่วยลดความเครียดได้ ซึ่งบางทีเรามักลืมทำ แต่เป็นวิธีคลายเครียดที่เลิศมาก การหายใจช้าๆ ลึกๆ สามารถช่วยลดความดันโลหิตและอัตราการเต้นหัวใจได้ บรรเทาความวิตกกังวล รักษาสมดุลของจิตและกาย
หลับตาลงไม่ต้องหลับลึก เพียงแค่หลับตาจากความวุ่นวาย พักสายตา และสมองด้วยวิธีที่รวดเร็วและง่าย แค่ลดเปลือกตาจะทำให้จิตสงบลดเครียดได้ดีจริงๆ

เทคนิคการสร้างกำลังใจ
ผมได้อ่านเจอเทคนิคของผู้มีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง สตีเฟ่น คิง และ แจ็ค นิคคลอส โดยทำง่ายๆ ดังนี้ สร้างมโนภาพว่าตัวเองกำลังทำอะไร ให้สร้างภาพเหมือนกำลังชมภาพยนตร์ที่เคลื่อนไหวสมจริง จนคุณเชื่องตัวเองจะทำตามนั้นได้ และที่สำคัญที่สุด ให้นึกภาพตัวเองอย่างที่เป็นในปัจจุบัน เสมือนคุณทำสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้เรียบร้อยแล้ว สู้ๆ

comments

Scroll Up